เรื่องน่ารู้

เรียนรู้จากมหาเศรษฐี 5 เคล็ดลับที่จะทำให้เงินเติบโต

เงินเติบโต

เบื่อกับเงินบัญชีในธนาคารที่ไม่เคยเติบโตไปไหนใช่ไหม ? นอกจากจะต้องเปลี่ยนงาน จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลากหลายวิธีที่จะเพิ่มรายได้ของคุณได้

นี่คือเคล็ดลับ 5 ข้อจากมหาเศรษฐี ที่มาเผยว่าพวกเขาทำให้เงินเติบโตได้อย่างไร :

1. แบ่งเงินรายเดือนของคุณ

มหาเศรษฐีชาวฮ่องกงอย่าง Li Ka-Shing ได้กล่าวว่าเขาเชื่อใน แพลน 5 ปี สำหรับคนทำงานที่ต้องการทำให้เงินเติบโต โดยคุณจะต้องแบ่งเงินเดือนที่คุณได้ออกเป็น 5 ส่วนด้วยกัน

ส่วนแรก 30% ของรายรับคุณจะแบ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนนี้เป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะต้องกินอยู่แบบสิ้นเปลือง โดย คำแนะนำของ Li คือกินอาหารง่าย ๆ ให้ครบทุกมื้อ ไม่ต้องหวือหวาสิ้นเปลืองเกินไป

ส่วนที่สอง แบ่งออกมา 20% ของรายได้ โดยใช้ในการสร้างคอนเนคชั่น และสร้างมิตรภาพกับเพื่อน ๆ เช่น ใช้เงินส่วนนี้ในการเลี้ยงสังสรรค์ ซึ่งเขาอาจจะช่วยเหลือในอาชีพของคุณ หรืออาจจะช่วยเพิ่มความร่ำรวยให้ก็เป็นได้

Li เชื่อว่าหากคุณทำแบบนี้ทุกเดือน เครือข่ายของคุณจะขยายไปเรื่อย ๆ และวันหนึ่งพวกเขาจะสร้างประโยชน์ให้กับคุณในอนาคต

ในส่วนที่สาม แบ่ง 15% ไปสำหรับการศึกษา คือ อ่าน และเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ เข้าเรียนคอร์สต่าง ๆ ไม่เพียงแต่คุณจะเพิ่มพูนความรู้เท่านั้น แต่ยังจะทำให้คุณพบปะผู้คนอื่น ๆ ระหว่างการเรียนรู้อีกด้วย

สำหรับส่วนที่สี่ ไว้ใช้ในการท่องเที่ยว โดยแบ่ง 10% จากรายได้ของคุณ คุณสามารถใช้ส่วนนี้ในการท่องเที่ยวต่างประเทศ ลองไปเที่ยวประเทศใหม่ ๆ ปีละครั้ง จะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตของคุณ และการที่ได้ไปในที่แปลกใหม่ และพบปะผู้คนมากมาย จะทำให้คุณเห็นแง่มุมใหม่ ๆ ในชีวิต และยังช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในชีวิตของคุณอีกด้วย

ในส่วนสุดท้าย 25% จะเก็บไว้สำหรับการออม และอาจใช้ในการลงทุนในอนาคต ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถนำไปใช้เปิดธุรกิจเล็ก ๆ ซึ่ง Li ให้เริ่มจากความเสี่ยงที่น้อย เพราะการผิดพลาดจะทำให้สูญเสียเงินเล็กน้อยเช่นกัน

และเมื่อคุณเริ่มได้เงินจากธุรกิจของคุณ ประสบการณ์จะทำให้คุณมั่นใจขึ้นในการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน

2. หาช่องทางทำเงิน

หากคุณพร้อมที่จะทำให้ความมั่งคั่งของคุณเติบโตด้วยธุรกิจใหม่ ๆ ให้ลองพิจารณาว่าควรจะทำธุรกิจอะไรดี

หนึ่งในมหาเศรษฐีอินเดีย Nikhil Kamath ใช้เวลาหลายปีในการทดลองไอเดียธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงบริการซักรีด และขายมือถือที่ใช้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังคงได้ผลตอบแทนพอใช้

เขาประสบความสำเร็จหลังจากพบโอกาสในการลงทุนของตลาดค้าปลีก และนั่นทำให้เขาได้เริ่มแพลตฟอร์ม Zerodha ในปี 2010

Kamath กล่าวว่า: “บ่อยครั้งพวกเราเสียเวลาที่จะหาว่าปัญหาที่พวกเราต้องการจะแก้ไขมันคืออะไร แต่ฉันคิดว่าควรที่จะไปสนใจที่ตัวอุตสาหกรรมมากกว่า และวัฏจักรอุตสาหกรรมในระยะยาวดีกว่าซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญมาก เลือกอุตสากรรมที่จุดเปลี่ยน”

3. ลองมองภาพระยะยาว

จากอีกมุมมองของมหาเศรษฐีนักธุรกิจ Warren Buffet ได้เขียนใน จดหมาย 1996 ถึงผู้ถือหุ้นของ Berkshire Hathaway ว่าเป้าหมายของการลงทุน คือการซื้อหุ้นในบริษัทที่มั่นคงต่อไปอีก 10 – 20 ปี

“หากคุณไม่อยากจะเป็นเจ้าของหุ้นนั้นอีกสิบปี แค่จะเข้าซื้อ และถืออีกสิบนาทีก็ไม่มีประโยชน์” เขาได้เขียนไว้

และเมื่อเขาเห็นว่าธุรกิจไหนน่าลงทุน Buffet ไม่เพียงแต่ทุ่มทุน แต่เขาจะเชื่อในบริษัท และถือหุ้นนั้นเป็นระยะยาว ตัวอย่างเช่น เขามีมูลค่าหุ้นใน Coca-Cola กว่าหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1988 และเขาก็ยังถือหุ้นตัวนี้จนถึงทุกวันนี้

ในการสัมภาษณ์ของเขากับ Squawk Box โดย CNBC เขากล่าวว่า “ไม่มีใครซื้อบริษัท เพียงเพราะเขาคิดว่าจะได้กำไรภายในปีหน้า แต่พวกเขาซื้อเพราะคิดว่าเป็นการลงทุนสำหรับ 10 หรือ 20 ปี”

4. ขอเงินจากคนอื่น

เพื่อให้เงินคุณเติบโต บางครั้งคุณต้องกล้าพอที่จะขอเงินทุนจากคนอื่น

ผู้กำกับอเมริกันชื่อดังอย่าง Spike Lee ไม่เคยกลัวที่จะขอเงินทุนจากผู้อื่น “เพราะฉันเชื่อในความสามารถของฉัน ความสามารถในการเล่าเรื่อง และผู้คนที่อยู่รอบตัวฉันก็อินกับโปรเจคที่ฉันทำอยู่”

และยังมีมหาเศรษฐีที่สร้างตัวเองขึ้นมาได้ อย่าง Steve Siebold เขียนในหนังสือของเขาที่ชื่อว่า How Rich People Think ที่บอกว่าคนรวยไม่กลัวที่จะลงทุนเพื่ออนาคตของพวกเขาด้วยการใช้เงินทุนของคนอื่น

“คนรวยมักจะเตรียมเงินให้พร้อมเสมอ เพราะว่า คนรวยมองหาโอกาสในการลงทุนเสมอ ๆ ” Siebold กล่าว

5. นำเงินของคุณไปลงทุน

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะให้เงินเติบโตคือ การนำเงินไปลงทุน โดย Li และ Buffet ต่างก็เห็นพ้องว่าการจะสร้างเงินได้มหาศาล จะต้องมาจากการลงทุนของพวกเขาเอง

แล้วคุณควรจะเริ่มที่ไหนดี ? สิ่งแรกตัดสินจากเป้าหมายของคุณ รวมถึงการรับความเสี่ยงของคุณ และ จะช่วยให้เข้าใจรูปแบบของการลงทุน ต่อมาเลือกพอร์ตการลงทุน และคอยดูผลการดำเนินงาน การที่คอยวัดผลตอบแทนต่อเนื่องจะทำให้คุณรู้ว่าจะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง

ยังมีแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่จะเปิดโอกาสให้คุณเรียนรู้จากนักเทรดคนอื่นที่มีประสบการณ์ แพลตฟอร์มคัดลอกการเทรดนี้จะทำให้นักเทรดมือใหม่สามารถเลือก และ คัดลอกการเทรดของนักเทรดที่มีประสบการณ์แล้วโดยอัตโนมัติ

คุณสามารถหาโปรไฟล์ของนักเทรดต่าง ๆ และ สามารถดูผลการเทรดย้อนหลังได้ และ คุณก็แค่เลือกนักเทรดที่คุณต้องการจะติดตามการเทรดโดยอัตโนมัติ และคอยดูพอร์ตคุณให้เติบโต

แค่นั่งติดตามดู และก็รอรับรายได้เลย ! แต่ก็อย่าลืมว่าการเทรดฟอเร็กซ์มีความเสี่ยงสูงต่อเงินทุนของคุณ ควรทำความเข้าใจกับข้อกำหนด และเงื่อนไขของนโยบายบริษัท

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ :

4 ประเภทการคัดลอกบนฟอเร็กซ์

Related Articles

Back to top button