Forex เบื้องต้น
ความแตกต่างระหว่าง Forex กับสินค้าโภคภัณฑ์
Table of Contents
ความแตกต่างระหว่าง Forex กับสินค้าโภคภัณฑ์
Forex และสินค้าโภคภัณฑ์เป็นตลาดการเงินที่แตกต่างกันในหลายด้าน ต่อไปนี้คือความแตกต่างหลักระหว่างทั้งสอง
1. สินทรัพย์ที่ซื้อขาย
- Forex (Foreign Exchange): เป็นตลาดซื้อขายสกุลเงิน เช่น EUR/USD, GBP/JPY, XAU/USD (ทองคำเทียบกับดอลลาร์)
- สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities): เป็นตลาดซื้อขายวัตถุดิบหรือสินค้าพื้นฐาน เช่น ทองคำ น้ำมันดิบ เงิน ข้าวสาลี
2. ลักษณะของตลาด
- Forex: เป็นตลาด OTC (Over-the-Counter) ไม่มีศูนย์กลางซื้อขาย เปิด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์
- สินค้าโภคภัณฑ์: ซื้อขายผ่านตลาดล่วงหน้า (Futures Exchange) เช่น CME, NYMEX และเปิดทำการตามเวลาของแต่ละตลาด
3. ปัจจัยที่มีผลต่อราคา
- Forex: ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย นโยบายการเงิน ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และเหตุการณ์ทางการเมือง
- สินค้าโภคภัณฑ์: ขึ้นอยู่กับอุปสงค์-อุปทานของสินค้า ปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง สงคราม และต้นทุนการผลิต
4. เลเวอเรจ (Leverage)
- Forex: มักมีเลเวอเรจสูง เช่น 1:100 หรือมากกว่า
- สินค้าโภคภัณฑ์: มีเลเวอเรจที่ต่ำกว่าตลาด Forex เนื่องจากความผันผวนสูง
5. สภาพคล่อง (Liquidity)
- Forex: มีสภาพคล่องสูงมาก โดยเฉพาะคู่เงินหลัก (Major Pairs)
- สินค้าโภคภัณฑ์: มีสภาพคล่องต่ำกว่าตลาด Forex โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่เป็นที่นิยมมาก
6. ต้นทุนการซื้อขาย
- Forex: มักมีสเปรดต่ำและไม่มีค่าคอมมิชชั่น (ยกเว้นบางโบรกเกอร์)
- สินค้าโภคภัณฑ์: มักมีค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า
7. วิธีการซื้อขาย
- Forex: เทรดโดยใช้สัญญา CFD หรือผ่านโบรกเกอร์ Forex
- สินค้าโภคภัณฑ์: ซื้อขายผ่านตลาดฟิวเจอร์ส (Futures) หรือลงทุนผ่าน ETF
สรุป
- Forex เหมาะสำหรับ เทรดเดอร์ที่ต้องการสภาพคล่องสูง การใช้เลเวอเรจ และการเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของสกุลเงิน
- สินค้าโภคภัณฑ์เหมาะสำหรับ เทรดเดอร์ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากสกุลเงินและต้องการลงทุนในสินค้าที่จับต้องได้ เช่น ทองคำและน้ำมัน