รวมหลายระบบเทรดทอง: ทดสอบ 4 ระบบ XAUUSD 19 ปี ลดความเสี่ยงได้จริงไหม
เทรดทอง 301 ตอนที่ 6: ทดสอบระบบแนวโน้ม โมเมนตัม Breakout และย่อซื้อบน XAUUSD ตั้งแต่ปี 2551 ความสัมพันธ์ระหว่างระบบ ผลของการรวมที่ความเสี่ยงเท่ากัน พร้อมเครื่องมือเลือกระบบและคำนวณความเสี่ยงต่อระบบ
สารบัญบทความ · 8 หัวข้อ
- ทดสอบ 4 ระบบเทรด XAUUSD ตั้งแต่ ม.ค. 2551 ที่ความเสี่ยงเท่ากัน ระบบเดี่ยวที่ดีที่สุดได้ Sharpe 0.79 แต่รวมทั้ง 4 ระบบได้ 0.85 ลดลงสูงสุดเหลือ −14.0% และปีที่แย่ที่สุดเหลือ −4.1%
- ระบบที่ดีที่สุดเปลี่ยนไปตามยุค: Breakout ได้ Sharpe 0.28 ในปี 2551–2559 แต่ 0.76 ในปี 2560–2569 ส่วนโมเมนตัม 5 วันกลับกัน (0.70 เป็น 0.45) การเดาว่าระบบไหนจะดีในทศวรรษหน้าจึงยาก
- หัวใจคือความสัมพันธ์ต่ำ ระบบที่ความสัมพันธ์กันราว 0.3 ช่วยลดความผันผวนรวมได้ชัด แต่ระบบที่ไม่มีความได้เปรียบจริง ใส่เข้าไปก็ฉุดพอร์ตลง
- ในช่วงทองขาขึ้นแรง 2560–2569 การซื้อถือเฉย ๆ ชนะทุกระบบ แต่ในปี 2551–2559 ที่การซื้อถือได้เพียง +2.7% ต่อปี ระบบรวมได้ +8.0% ต่อปี ความสม่ำเสมอคือสิ่งที่ได้จากการกระจาย
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้ระบบเดียวแล้วรอให้มันทำงาน พอระบบเข้าช่วงขาดทุนติดกันหลายเดือน ก็เลิกใช้ตรงจุดที่แย่ที่สุด กองทุนมืออาชีพแก้ปัญหานี้ด้วยการรันหลายระบบพร้อมกัน ตอนนี้เราจะทดสอบ 4 ระบบง่าย ๆ บน XAUUSD ด้วยราคาจริงเกือบ 19 ปี ดูว่าแต่ละระบบสัมพันธ์กันแค่ไหน และการรวมกันช่วยได้จริงหรือไม่
ระบบเดียว ดีที่สุดก็ยังมีช่วงแย่
ปัญหาของระบบเดียวไม่ใช่ว่ามันไม่ได้เปรียบ แต่คือช่วงที่มันไม่ทำงานยาวนานจนคนทนไม่ไหว และเราไม่รู้ล่วงหน้าว่าระบบไหนจะดีในช่วงต่อไป ดูจาก Sharpe Ratio (ผลตอบแทนเทียบความผันผวน ยิ่งสูงยิ่งดี) ของแต่ละระบบในสองทศวรรษ
| ระบบ | 2551–2559 | 2560–2569 | ทั้งช่วง |
|---|---|---|---|
| แนวโน้ม 6 เดือน | 0.76 | 0.81 | 0.79 |
| โมเมนตัม 5 วัน | 0.70 | 0.45 | 0.57 |
| Breakout 20 วัน | 0.28 | 0.76 | 0.54 |
| ย่อซื้อ RSI(2) | 0.29 | 0.07 | 0.17 |
| ซื้อถือทอง | 0.31 | 1.06 | 0.71 |
| รวม 4 ระบบ | 0.85 | 0.86 | 0.85 |
สังเกตแถวสุดท้าย: ระบบรวมไม่ได้ชนะทุกช่วง แต่นิ่งที่สุด ได้ราว 0.85 ทั้งสองทศวรรษ ขณะที่ระบบเดี่ยวและการซื้อถือแกว่งขึ้นลงตามสภาพตลาด
รู้จัก 4 ระบบที่ใช้ทดสอบ
| ระบบ | เข้า | ออก | อยู่ในตลาด |
|---|---|---|---|
| แนวโน้ม 6 เดือน | ราคาสูงกว่า 126 วันทำการก่อน ถือ Buy ถ้าต่ำกว่า ถือ Sell | กลับฝั่งเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน | ตลอดเวลา |
| โมเมนตัม 5 วัน | ราคาสูงกว่า 5 วันก่อน ถือ Buy ถ้าต่ำกว่า ถือ Sell | กลับฝั่งเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน | ตลอดเวลา |
| Breakout 20 วัน | ราคาปิดเหนือจุดสูงสุด 20 วันก่อนหน้า Buy | ปิดต่ำกว่าจุดต่ำสุด 10 วัน | ราว 40% |
| ย่อซื้อ RSI(2) | RSI 2 วันต่ำกว่า 10 และราคาเหนือเส้นเฉลี่ย 200 วัน Buy | ปิดเหนือเส้นเฉลี่ย 5 วัน | ราว 11% |
ทดลองรวมระบบด้วยตัวเอง
เปิดปิดแต่ละระบบเพื่อดูผลของพอร์ตรวม (เส้นหนา) ทุกระบบถูกปรับให้มีความเสี่ยงใกล้เคียงกัน พอร์ตรวมก็ปรับกลับมาให้ผันผวนราว 10% ต่อปีเท่ากัน จึงเทียบกันได้ตรง ๆ กราฟคำนวณจากราคาในคลังข้อมูลทุกครั้งที่เปิดหน้า จึงอัปเดตเองเมื่อมีราคาใหม่
กำลังคำนวณจากราคา 20 ปี…
| ระบบ | ต่อปี | Sharpe | ลดลงสูงสุด | ปีแย่สุด |
|---|
ความสัมพันธ์ของผลตอบแทนรายวันระหว่างระบบ (แดง = ไปทางเดียวกัน เขียว = สวนทางกัน)
- รวม 4 ระบบ ได้ผลตอบแทนราว +8.2% ต่อปี ลดลงสูงสุด −14.0% และกำไร 16 จาก 19 ปี เทียบกับการซื้อถือทองที่ความเสี่ยงเท่ากัน ได้ +6.9% ต่อปี แต่เคยลดลงถึง −34.1%
- ลองปิด “ย่อซื้อ RSI(2)” ผลรวมแทบไม่เปลี่ยน (Sharpe 0.84) เพราะระบบนี้อ่อนเกินไปสำหรับทอง แต่ถ้าเหลือแค่ “แนวโน้ม 6 เดือน” กับ “ย่อซื้อ RSI(2)” Sharpe ตกเหลือ 0.72 ต่ำกว่าใช้ระบบแนวโน้มเดี่ยว ๆ ที่ 0.79
- ทองมีโมเมนตัมระยะสั้น ระบบย่อซื้อซึ่งนิยมใช้ในตลาดหุ้น แทบไม่ได้กำไรกับทองในข้อมูลนี้ ส่วนระบบตามโมเมนตัม 5 วันได้กำไร นี่คือเหตุผลที่ต้องทดสอบกับตลาดที่เทรดจริง ไม่ใช่ลอกระบบจากตลาดอื่น
ความสัมพันธ์ต่ำ คือหัวใจของการรวมระบบ
ถ้าสองระบบขาดทุนพร้อมกันทุกครั้ง การรวมก็ไม่ได้ช่วยอะไร ประโยชน์มาจากการที่ระบบหนึ่งเสียตอนที่อีกระบบได้ ความผันผวนของพอร์ตที่มี n ระบบความเสี่ยงเท่ากัน และมีความสัมพันธ์เฉลี่ย ρ จะเหลือประมาณ √((1 + (n − 1)ρ) ÷ n) เท่าของระบบเดียว
ในตารางความสัมพันธ์ด้านบน คู่ที่ช่วยกันมากที่สุดคือ โมเมนตัม 5 วัน กับ ย่อซื้อ RSI(2) ที่สวนทางกัน (−0.33) ส่วน Breakout สัมพันธ์กับการซื้อถือสูง (0.68) เพราะเป็นระบบ Buy อย่างเดียวที่อยู่ในตลาดช่วงขาขึ้น
แบ่งความเสี่ยงให้แต่ละระบบ
หลักง่าย ๆ คือเริ่มจาก “แบ่งเท่ากัน” ก่อน เมื่อรันจริงจนเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างระบบต่ำตามที่ทดสอบไว้ จึงค่อยขยับความเสี่ยงต่อระบบขึ้น ไม่ควรขยับเกินค่าในช่องขวา เพราะจะทำให้พอร์ตเสี่ยงกว่าการใช้ระบบเดียว
ข้อควรระวังเมื่อรันหลายระบบจริง
- อย่าปั้นระบบจนสวยเกินจริง การเพิ่มระบบหรือปรับตัวเลขจนกราฟย้อนหลังสวย คือ Overfitting แบบที่เรียนในคอร์ส 201 ระบบในตอนนี้ใช้ค่ามาตรฐานที่นิยม ไม่ได้ปรับให้เข้ากับข้อมูล
- ระวังสถานะหักล้างกันเอง ถ้าระบบหนึ่ง Buy อีกระบบ Sell ในบัญชีเดียวกัน สถานะสุทธิอาจเป็นศูนย์แต่ยังเสียค่า Spread และ Swap สองทาง บางคนแยกบัญชีย่อยต่อระบบเพื่อดูผลชัดเจน
- ต้นทุนจริงสูงกว่าในทดสอบ ระบบที่เทรดถี่อย่างโมเมนตัม 5 วัน เปลี่ยนสถานะราว 900 ครั้งใน 19 ปี ค่า Spread ที่กว้างช่วงข่าวและค่า Swap อาจกินกำไรไปมาก
- วัดผลรวม ไม่ใช่รายระบบ จะมีช่วงที่บางระบบขาดทุนเสมอ นั่นคือการทำงานตามปกติ ถ้าตัดระบบที่กำลังแย่ทิ้งทุกครั้ง ก็จะเสียประโยชน์ของการกระจายไป
- ในขาขึ้นแรง การซื้อถือมักชนะ ปี 2560–2569 ซื้อถือได้ +10.7% ต่อปีที่ความเสี่ยงเท่ากัน มากกว่าระบบรวมที่ +8.4% สิ่งที่ระบบรวมให้คือความสม่ำเสมอในทุกสภาพตลาด ไม่ใช่กำไรสูงสุดในทุกช่วง
สินค้าที่เทรดได้ต่างกันตามประเภทบัญชี ตรวจที่หน้าเว็บทางการก่อนเปิด · เทียบเงื่อนไขในตอนที่ 4 ของคอร์ส 101
แบบทดสอบท้ายบท
1. ประโยชน์หลักของการรวมหลายระบบคืออะไร?
2. ถ้า 4 ระบบมีความสัมพันธ์กัน 1.0 ความผันผวนรวมจะเป็นเท่าไรเทียบกับระบบเดียว?
3. เพิ่มระบบที่สวนทางกับระบบเดิม แต่ตัวมันเองแทบไม่มีกำไร ผลมักเป็นอย่างไร?
4. บัญชี 10,000 ดอลลาร์ เสี่ยงรวม 1% ต่อรอบ แบ่งให้ 4 ระบบเท่ากัน แต่ละระบบเสี่ยงได้เท่าไร?
คำถามที่พบบ่อย
ต้องมีกี่ระบบถึงจะพอ
ไม่จำเป็นต้องมาก 2–4 ระบบที่แนวคิดต่างกัน เช่น ตามแนวโน้มระยะยาว ระยะสั้น และ Breakout ก็ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่แล้ว การเพิ่มระบบที่คล้ายกันไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงเพิ่ม และทำให้ดูแลยากขึ้น
ทำไมระบบย่อซื้อ RSI(2) ไม่ได้ผลกับทอง
ข้อมูลในตอนนี้ชี้ว่าทองมีแนวโน้มวิ่งต่อในระยะสั้น ระบบที่ซื้อตอนราคาย่อจึงได้เปรียบน้อย ผลอาจต่างออกไปถ้าใช้เงื่อนไขหรือกรอบเวลาอื่น ซึ่งต้องทดสอบเองและระวังการปรับจนเกินจริง
Sharpe Ratio เท่าไรถือว่าดี
สำหรับระบบเทรดสินค้าเดียว Sharpe 0.5–1.0 จากการทดสอบย้อนหลังที่หักต้นทุนแล้วถือว่าใช้ได้ ตัวเลขที่สูงกว่า 2 จากการทดสอบย้อนหลังมักเป็นสัญญาณของการปรับระบบให้เข้ากับข้อมูลเกินไป
ใช้ระบบเหล่านี้เทรดจริงได้เลยไหม
ระบบในตอนนี้มีไว้เพื่อสาธิตหลักการกระจาย ก่อนใช้จริงควรทดสอบกับราคาของโบรกเกอร์ที่ใช้ รวมค่า Swap และ Spread จริง และเริ่มด้วย Lot เล็ก ผลในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต
แหล่งข้อมูล (4)
- สมาคมค้าทองคำ — ราคา XAUUSD อ้างอิงรายวันในคลังข้อมูล TradeRocket ที่ใช้ทดสอบ (ม.ค. 2551 – ต.ค. 2569)
- Moskowitz, T. J., Ooi, Y. H. & Pedersen, L. H. (2012). Time Series Momentum. Journal of Financial Economics, 104(2) — ระบบตามแนวโน้มในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์รวมถึงทอง
- Connors, L. & Alvarez, C. (2009). Short Term Trading Strategies That Work — ที่มาของระบบ RSI 2 วัน
- Markowitz, H. (1952). Portfolio Selection. Journal of Finance, 7(1) — หลักการกระจายความเสี่ยงด้วยสินทรัพย์ที่สัมพันธ์กันต่ำ
บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขทั้งหมดคำนวณจากราคาในอดีตโดย TradeRocket และผลในอดีตไม่รับประกันอนาคต TradeRocket มีลิงก์พันธมิตรกับโบรกเกอร์ที่กล่าวถึง ผลิตภัณฑ์ที่มี Leverage มีความเสี่ยงสูงและอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด